หลังเข้าโรงเรียน เพื่อทำแบบฝึกหัดสุดท้าย "ม้วนเดียวจบ" เราสรุปกับตัวเองว่า
1. ช่องว่างความรู้ของสังคมมันถ่างออกมากๆ แต่ละฝ่ายสู้กันบนคนละฐานคิด พอช่องว่างมันเกิด ฝ่ายหนึ่งใช้เหตุผล ใช้ทฤษฎรอธิบายปรากฏการณ์ ส่วนฝ่ายที่ตามไม่ทัน "ใช้กำลัง"
2. การเมืองใหม่ ต้องพ้นไปจากเรื่อง "ทุนเงิน" ก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องไปให้พ้นการติดยึดเรื่อง "โครงสร้าง" ของฐานอำนาจด้วย เพราะเราเห็นนักวิชาการหลานส่วนขาดโอกาสที่จะมาร่วมแสดงพลัง เพราะติดโครงสร้าง "ไม่เอาเจ้า" "ไม่เอาทหาร" โดยไม่สนใจว่า มันควรก้าวพ้นโครงสร้างเดิมทั้งหมดแล้วมาเริ่มสร้างการเมืองใหม่ ที่คนมีคุณธรรม จริยธรรม และเก่ง กล้าหาญมาดูแลประเทศ....
วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551
การงานอันเบิกบาน
กำลังคิดว่าจะทำงานอะไรดีที่มันทำให้การงาน การเรียน กับชีวิตเป็นเรื่องเดียวกันได้
เราตั้งความหวังไว้ว่า อายุ 37 ปี เราจะเรียนจบโท จากนั้น Take course ประกาศนียบัตรวิจัยต่อที่มธ. อีก1 ปี พร้อมๆ กับเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนเก็บตังเรียนต่อ ดร.
เราคิดว่าช่วง 4 ปีเป็นช่วงลงทุน สำหรับการเริ่มต้นใหม่ในวัย 40 ปี
แต่ถ้าขี้เกียจอย่างนี้ ก็ยากนะ
คิดถึงเรื่องทีคุยกับ "ดาว" เรื่องการดึงเอาศักยภาพตัวเองออกมาใช้ น่าจะหาโอกาสไปคุยกับดาวซักที
เราตั้งจิตไว้ดีแล้ว แต่ก้าวไปไม่พ้นความขี้เกียจ....
เราตั้งความหวังไว้ว่า อายุ 37 ปี เราจะเรียนจบโท จากนั้น Take course ประกาศนียบัตรวิจัยต่อที่มธ. อีก1 ปี พร้อมๆ กับเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนเก็บตังเรียนต่อ ดร.
เราคิดว่าช่วง 4 ปีเป็นช่วงลงทุน สำหรับการเริ่มต้นใหม่ในวัย 40 ปี
แต่ถ้าขี้เกียจอย่างนี้ ก็ยากนะ
คิดถึงเรื่องทีคุยกับ "ดาว" เรื่องการดึงเอาศักยภาพตัวเองออกมาใช้ น่าจะหาโอกาสไปคุยกับดาวซักที
เราตั้งจิตไว้ดีแล้ว แต่ก้าวไปไม่พ้นความขี้เกียจ....
เริ่มต้นอีกครั้ง
จริงๆ แล้วก็ใช่ว่าเป็นการหยุดเขียนนะ แต่เป็นทางเลือกที่ลงตัวที่สุด หลังจากที่ตระเวณเขียนblog ที่โน่นที่นี่ เราได้ข้อสรุปในเบื้องต้นนี้ว่า "blog" สำหรับเราแล้ว ต้องการบันทึกเรื่องราวส่วนตัวในแต่ละวัน ที่สามารถใส่ได้มากกว่าตัวอักษร ไม่ได้ต้องการ Share กับใครๆ
เราจึงตัดสินในเริ่มกับ Blogspot อีกครั้ง ก่อนเริ่มปี 2552 อีกไม่กี่วันข้างหน้า
อย่างน้อยก็ดีสำหรับคนที่ขี้เกียจเขียน อย่างเรา หุหุ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



