วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เล่าเรื่องวิทยานิพนธ์ (1) : สะดุดอีกแล้ว


วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว บทที่ 1 - 3 ของวิทยานิพนธ์

เราวิเคราะห์แล้วว่า นอกจากปรากฏการณ์ที่ยังมองไม่ทะลุตลอด ที่สำคัญเมื่อกลับไปอ่านแนวคิด ทฤษฎีเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ก็ยิ่งงงไปกันใหญ่ แบบว่าพันกันยุ่งไปกว่าที่ควรจะแค่มองเห็นเหตุการณ์นั้นเฉยๆ

เราเลือกเข้าไปดู งานแซนโฎนตาของบ้านคูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นชุมชนเขมร และเต็มไปด้วยพิธีกรรมดั้งเดิม ที่ยังคงความงามตามบทบาทหน้าที่อยู่มาก (ที่ว่าอยู่มาก เพราะบางอย่างมันหายไป)

มาถึงตรงนี้เราเริ่มงงแล้ว เพราะเราอาจจะรีบร้อนเข้าไปอธิบายปรากฏการณ์ แซนโฎนตาของบ้านนี้ โดยรีบเลือกแนวคิดขึ้นมาใช้ มันเลยเหมือนสะดุดขาตัวเองล้ม

หลังจากคุยให้เพื่อนเดียร์ฟัง เพื่อนเดียร์แนะนำแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับใช้ศึกษาอยู่ 2-3 แนวคิด เมื่อเราบอกว่าเราสนใจมองเรื่อง "ความสัมพันธ์" เดียร์บอกว่าให้ลองอ่าน web of life ดู ทันใดนั้นเราใจร้อนกว่าเดิม เพราะคาดคั้นให้ตัวเองคิดว่าจะเอาแนวคิดนี้เข้าไปจับอย่างไร วันนี้ทั้งวันกรอบแนวคิดที่ไม่ชัดมาพันกับปรากฏการณ์ที่มองไปไม่ทะลุ

แทนที่จะถอยหลังกลับไปค่อยๆ ทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์แซนโฎนตาที่บ้านคูตัน ไปพร้อมๆ กับทำความเข้าใจ concept ของweb of life เพื่อกำหนดกรอบการมองปรากฏการณ์ให้ลุ่มลึก อีกครั้ง

2 อย่างที่ต้องลงทุนตอนนี้
ปรากฏการณ์แซนโฎนตา : แต่ก่อนมันมีบทบาทหน้าที่อะไร มันมีบทบาทอยู่ในโครงสร้างระดับใดของชุมชน/อย่างไร ตอนนี้บทบาทมันเปลี่ยนไปอย่างไร ด้วยปัจจัยใด

web of life : มันมีกรอบคิดอย่างไร และมันจะใช้มองแซนโฎนตาบ้านคูตันได้อย่างไรบ้าง

ตั้งใจนะ .... อดทน ... และง่าย... กับมัน แล้วความงามก็จะไขตัวมันออกมาเอง

การเมืองใหม่(1)


ในหนังสือ "วาทกรรมการพัฒนา" ของดร.ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร สรุปนัยยะสำคัญได้ว่า "การเมืองใหม่ คือ การช่วงชิงการนำ(hegemony) ในการกำหนดหรือสร้างคำนิยามความหมายชุดใหม่ ให้กับสิ่งต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกลักษณ์ คุณค่า ความจริง ความรู้ ฯลฯ ในรูปของวาทกรรม (discourse) ว่าด้วยเรื่องนั้นๆ อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคมในที่สุด


จุดแตกหักของการต่อสู้ของการเมืองใหม่ ไม่ใช่อยู่ที่การช่วงชิงอำนาจรัฐ และไม่ได้สนใจรัฐประชาชาติและพรรรคการเมือง เนื่องจากเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่ในฐานะตัวแสดงหลักทางการเมืองแบบเก่า อีกทั้งไม่สนใจตั้งพรรคการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย แต่เป็นการช่วงชิงการนำในการสร้างวาทกรรม ว่าด้วยเรื่องนั้นๆ มากกว่า


การเมืองใหม่ จะเน้นความแตกต่างหลากหลาย ในฐานที่เท่าเทียมกันเองของ identity ต่างๆ

ในขณะที่วิธีการเคลื่อนไหวต่อสู้ของการเมืองแบบเก่า คือการประนีประนอมต่อรอง(collective bargaining) การประสานประโยชน์(cooptation) และเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่การเมืองใหม่นั้น มีลักษณะ ปะทะ เผชิญหน้า และแตกหัก เห็นได้จากการใช้ภาษาที่ใช้เคลื่อนไหวนั้นมักแข็งทื่อ ชัดเจน และมีความหมายด้านเดียวคล้ายยื่นคำขาด ด้วยต้องการสร้างคำนิยามหรือความหมายใหม่ให้กับสิ่งที่เรียกร้องมากกว่าการปฏิรูปปรับปรุง


และเนื่องจาก การเคลื่อนไหวต่อสู้ในการเมืองใหม่นั้น เป็นกลุ่มเฉพาะกิจที่มารวมตัวกันเฉพาะเรื่อง เฉพาะเหตุการณ์จึงไม่สามารถใช้ยุทธศาสตร์เจรจาต่อรองหรือประสานประโยชน์อย่างการเมืองเก่าได้ ยกเว้น "ยุติการเคลื่อนไหว" เท่านั้น


การเมืองใหม่(1) ในที่นี้น่าจะพออธิบายปรากฏการณ์ 192 วันพันธมิตรได้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า "การเมืองใหม่ไม่ใช่เรื่องที่พันธมิตรสร้างขึ้น แต่เป็นแนวคิดใหม่ในโลกหลังสมัยใหม่ เป็นแนวคิดสากล ไม่ได้เป็นเรื่องด้นเดากันเอาเองในกลุ่มแกนนำพันธมิตร

และถ้าสังเกตดีดี จะเห็นได้ชัดว่า ช่องว่างระหว่างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการเมืองใหม่ของสังคมไทยยังน้อยมาก ไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ได้อย่างแหลมคม คนที่เข้าใจไม่ได้และยังติดยึดในตัวอุดมการณ์ตัวใดตัวหนึ่ง โครงสร้างใดโครงสร้างหนึ่ง หรือแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง บางส่วนตรึงตัวเองไว้ตรงกลางเพื่อไม่ให้เสียทิฐิตัวตน บางส่วนมุ่งใช้ "กำลัง อำนาจ" เพื่อทำลายล้างด้วยกำลังและความรุนแรงให้อีกฝ่ายบาดเจ็บและล้มตายเพียงเพื่อบรรลุอุดมการณ์การเมืองเก่าที่ตัวเองเชื่อมั่น(และกำลังถูกสั่นคลอน)


นำมาซึ่งหลายชีวิตที่สังเวยแล้ว เพื่อสั่นคลอนถอนรากการเมืองเก่า และก่อร่างสร้าง "การเมืองใหม่" ในประเทศไทย

ปรากฏการณ์การเมืองเก่า

เมื่อวานตอนค่ำๆ พรรคการเมืองหน้าเก่าได้แก่ พรรคเพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยฯ และกลุ่มอดีตพรรคชาติไทย มัชฌิมาฯ (ส่วนใหญ่คือกลุ่มเพื่อนเนวินนั่นเอง) มาแถลงข่าวจับขั้วทางการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงแรมสุโขทัย
วันนี้มีการวิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นการ "โก่งค่าตัว" ของพวกนักการเมืองกลุ่มเพื่อเนวินมากกว่า

"การเมืองเก่า" ฉายตัวเองชัดขึ้นทุกวัน ซึ่งไม่ว่าจะขยับไปทางใดก็เข้าทาง "ขบวนการการเมืองใหม่" ที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้

ได้แต่หวังว่า การเปลี่ยนขั้วครั้งนี้จะไม่ได้เป็นเรื่องลวงสังคม.....
เพราะไม่งั้น....พันธมิตรเอ๋ย....งานเข้าอีกแน่นอนเลย

(ขอบคุณรูปจาก http://www.manager.co.th/)