

เมื่อวานเป็นวันที่พระจันทร์โคจรมาใกล้โลกของเรามากที่สุดในรอบ 15 ปี (โดยเฉพาะในเวลา 23.45น.) แต่เรากลับรู้สึกว่า มองเห็นพระจันทร์ได้แจ่มชัดกว่าทุกวันเพราะอากาศโปร่ง ท้องฟ้าเปิด โดยในข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า "สเปซ ด็อตคอมรายงานวันที่ 12 ธ.ค. ว่า องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือ นาซ่า ชวนชมปรากฏการณ์จันทร์เต็มดวงคืนนี้ ซึ่งจะเห็นเป็นดวงโตและสว่างที่สุดในรอบปี สาเหตุที่เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวเนื่องจากดวงจันทร์โคจรเป็นรูปวงรี ทำให้มีด้านที่อยู่ใกล้โลกมากกว่าด้านอื่นๆ 50,000 กิโลเมตร ซึ่งในภาษาของนักดาราศาสตร์ ด้านที่อยู่ไกลสุดคือ "อะโพจี" (apogee) และด้านที่ใกล้สุดคือ "เพริจี" (perigee)
โดยในคืนวันศุกร์ที่ 12 ธ.ค. ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งเพริจี ส่งผลให้ดวงจันทร์ดูใหญ่กว่าจันทร์เต็มดวงเมื่อช่วงต้นปี ถึง 14 % และสว่างมากกว่า 30% ช่วงเวลาดีที่สุดที่จะชมดวงจันทร์คือ ช่วงเวลาที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า
สำหรับผลกระทบจากตำแหน่งของดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้โลกนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น แต่ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะแรงดึงดูดจากดวงจันทร์จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าปกติไม่กี่เซนติเมตร และสภาพภูมิประเทศจะขยายผลของปรากฏการณ์น้ำขึ้นไปถึงแค่ 15 เซนติเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ ยังชมต่อได้ในคืนวันเสาร์อีกด้วย"
โดยในคืนวันศุกร์ที่ 12 ธ.ค. ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งเพริจี ส่งผลให้ดวงจันทร์ดูใหญ่กว่าจันทร์เต็มดวงเมื่อช่วงต้นปี ถึง 14 % และสว่างมากกว่า 30% ช่วงเวลาดีที่สุดที่จะชมดวงจันทร์คือ ช่วงเวลาที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า
สำหรับผลกระทบจากตำแหน่งของดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้โลกนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น แต่ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะแรงดึงดูดจากดวงจันทร์จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าปกติไม่กี่เซนติเมตร และสภาพภูมิประเทศจะขยายผลของปรากฏการณ์น้ำขึ้นไปถึงแค่ 15 เซนติเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ ยังชมต่อได้ในคืนวันเสาร์อีกด้วย"
อีกบล็อคของคุณwanwan มีข้อมูลของไทยว่า "ราชบัณฑิตดาราศาสตร์ เชิญชวนคนไทยชมมนต์เสน่ห์ของพระจันทร์วันเพ็ญที่ 12 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี โดยอาจารย์นิพนธ์ ทรายเพชร ราชบัณฑิตทางด้านดาราศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า การสังเกตดวงจันทร์ในแต่ละวัน จะได้เรียนรู้ว่ารูปร่างของดวงจันทร์ที่ปรากฏไม่คงที่ ตำแหน่งที่ปรากฏก็ไม่เหมือนเดิม ก็จะช่วยให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรมได้ มนุษย์เราได้นำการสังเกตรูปร่างดวงจันทร์แบบนี้มาทำปฏิทินข้างขึ้นข้างแรม หรือเรียกว่า “ปฏิทินทางจันทรคติ” ปู่ย่าตาทวดเราใช้ปฏิทินตามการดูดวงจันทร์นี้มานาน
รูปร่างของดวงจันทร์มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับสังคมไทยมาเนิ่นนาน เพราะใช้ดวงจันทร์กำหนด “วันพระ” ซึ่งมี 4 วันคือ “วันพระใหญ่” 2 วัน ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำ ดวงจันทร์เต็มดวง และวันแรม 14 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ ซึ่งมองไม่เห็นดวงจันทร์ นับเป็นวันพระใหญ่เหมือนกัน ส่วน “วันพระเล็ก” ก็มี 2 วัน ถ้าเห็นดวงจันทร์ครึ่งดวง จะตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ ดวงจันทร์ขึ้นสูงสุดเป็นรูปครึ่งวงกลม หันด้านนูนไปทางตะวันตก นับเป็นวันพระเล็ก วันพระเล็กอีกวันคือแรม 8 ค่ำ เวลาเช้าตรูจะเห็นดวงจันทร์อยู่สูง เป็นรูปครึ่งวงกลม หันด้านนูนไปทางตะวันออก ดวงจันทร์มีส่วนทำให้เกิดสุริยุปราคา จันทรุปราคา และมีอิทธิพลทำให้เกิดน้ำทะเลขึ้นลง หรือ “น้ำขึ้น -น้ำลง” ชาวประมงใช้วิธีการสังเกตดวงจันทร์เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านสืบทอดกันมา เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ “ช่วงเวลาการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงอาจดูได้จากตำแหน่งดวงจันทร์ คือถ้าเห็นดวงจันทร์อยู่ที่ขอบฟ้าน้ำมักจะลง ถ้าเห็นดวงจันทร์อยู่สูงมาก น้ำจะขึ้น ถ้าดวงอาทิตย์มาหนุนช่วยก็จะทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวันขึ้นหรือแรม 15 ค่ำ หรือวันที่ใกล้เคียงกับวันพระใหญ่ น้ำทะเลจะขึ้นมาก ลงมาก เพราะดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ในแนวเดียวกัน เรียกว่า วันน้ำเกิด แต่ถ้าเป็นวันพระเล็กน้ำขึ้นน้ำลงจะน้อย เรียกว่า วันน้ำตาย” ทั้งนี้ วันที่ 12 ธันวาคม 2551 ซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ดวงจันทร์จะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าวันพระใหญ่อื่น ๆ และจะเห็นดวงจันทร์ดวงใหญ่กว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาประมาณเที่ยงคืน "
รูปร่างของดวงจันทร์มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับสังคมไทยมาเนิ่นนาน เพราะใช้ดวงจันทร์กำหนด “วันพระ” ซึ่งมี 4 วันคือ “วันพระใหญ่” 2 วัน ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำ ดวงจันทร์เต็มดวง และวันแรม 14 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ ซึ่งมองไม่เห็นดวงจันทร์ นับเป็นวันพระใหญ่เหมือนกัน ส่วน “วันพระเล็ก” ก็มี 2 วัน ถ้าเห็นดวงจันทร์ครึ่งดวง จะตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ ดวงจันทร์ขึ้นสูงสุดเป็นรูปครึ่งวงกลม หันด้านนูนไปทางตะวันตก นับเป็นวันพระเล็ก วันพระเล็กอีกวันคือแรม 8 ค่ำ เวลาเช้าตรูจะเห็นดวงจันทร์อยู่สูง เป็นรูปครึ่งวงกลม หันด้านนูนไปทางตะวันออก ดวงจันทร์มีส่วนทำให้เกิดสุริยุปราคา จันทรุปราคา และมีอิทธิพลทำให้เกิดน้ำทะเลขึ้นลง หรือ “น้ำขึ้น -น้ำลง” ชาวประมงใช้วิธีการสังเกตดวงจันทร์เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านสืบทอดกันมา เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ “ช่วงเวลาการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงอาจดูได้จากตำแหน่งดวงจันทร์ คือถ้าเห็นดวงจันทร์อยู่ที่ขอบฟ้าน้ำมักจะลง ถ้าเห็นดวงจันทร์อยู่สูงมาก น้ำจะขึ้น ถ้าดวงอาทิตย์มาหนุนช่วยก็จะทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวันขึ้นหรือแรม 15 ค่ำ หรือวันที่ใกล้เคียงกับวันพระใหญ่ น้ำทะเลจะขึ้นมาก ลงมาก เพราะดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ในแนวเดียวกัน เรียกว่า วันน้ำเกิด แต่ถ้าเป็นวันพระเล็กน้ำขึ้นน้ำลงจะน้อย เรียกว่า วันน้ำตาย” ทั้งนี้ วันที่ 12 ธันวาคม 2551 ซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ดวงจันทร์จะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าวันพระใหญ่อื่น ๆ และจะเห็นดวงจันทร์ดวงใหญ่กว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาประมาณเที่ยงคืน "
เราออกมาชมพระจันทร์ในคืนหนาวนี้ กับพ่อแม่และโต๋ นี่เองที่ทำให้รู้สึกว่า "พระจันทร์คืนนี้สวยเหลือเกิน" คืนนี้เขาว่ากันว่าใครได้อาบน้ำใต้แสงจันทร์ตอนเที่ยงคืนจะเป็นมงคลกับชีวิต เราเลือกสวดมนต์ไหว้พระเอาดีกว่า
ค่ำๆ ก่อนหน้าที่จะมาดูพระจันทร์ เฮียโต๋ชวนไปซื้อกีต้าร์คลาสสิค ได้ยี่ห้อยามาฮ่ามาพร้อมโน๊ตและขาตั้ง หมดเงินไปครึ่งหมื่น ของเล่นชิ้นใหม่ที่สร้างกิจกรรมใหม่ให้ครอบครัวตัวกลม ... ดูไปน่าจะสุขใจดีนะ
หัดร้องเพลงแรกคือ "Greenfield" เพลงที่คุณเกร็ดดิน(เขียว) โปรดปรานนัก.....


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น